medicalfocusth

กว่าจะก้าวกระโดด “บุรีรัมย์โมเดล” 1 ปีผลักดัน “กัญชาทางการแพทย์”
กว่าจะก้าวกระโดด “บุรีรัมย์โมเดล” 1 ปีผลักดัน “กัญชาทางการแพทย์”
นพ.กิตติ โล่สุวรรณรักษ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลคูเมือง (ผอ.รพ.คูเมือง) จ.บุรีรัมย์ เปิดเผยว่า จุดเริ่มต้นของ “บุรีรัมย์โมเดล” มาจากนโยบายของผู้ว่าราชการจังหวัด และสาธารณสุขจังหวัดบุรีรัมย์ เพราะที่นี่มีโรงผลิตยาสมุนไพร ที่ผ่านมาตรฐาน WHO GMP แห่งเดียวในจังหวัด จึงรับมอบภารกิจผลิตกัญชาทางการแพทย์

ที่ผ่านมา ได้รับความร่วมมือจากโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร จ.ปราจีนบุรี ในด้านวิชาการและการเขียนเอกสารการปลูก เพื่อยื่นต่อกองควบคุมวัตถุเสพติด สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) และเนื่องจากทดลองวิจัยกัญชาทางการแพทย์เป็นแห่งแรก จึงได้รับความช่วยเหลือจากมหาวิทยาลัยรังสิต ให้องค์ความรู้การสกัดยา และศึกษาดูงานหลายครั้ง

จากการจัดงานพันธุ์บุรีรัมย์เมื่อปี 2562 พบว่า นอกจากจะมีผู้เข้าชมงานมากกว่า 5,000 คนแล้ว ยังได้เห็นผู้ป่วยบางรายเป็นโรคหลายโรค แล้วใช้กัญชาใต้ดิน โดยไม่ทราบถึงความรุนแรงของสารที่อยู่ในกัญชา และไม่รู้ว่ากัญชามีสารปนเปื้อนหรือไม่ อีกทั้งคนไข้บางรายเป็นโรคที่แพทย์ระบุว่าจะมีชีวิตอยู่ได้อีกไม่นาน แต่ปัจจุบันยังคงใช้กัญชาใต้ดินรักษาอาการ

“หน้าที่ของโรงพยาบาลเป็นงานหลักที่ดูแลประชาชน แต่พบว่ากัญชาใต้ดิน มีความไม่ปลอดภัย ถ้าเราจะช่วยประชาชน ก็จะให้ขึ้นมาอยู่บนดิน ช่วยดูแลพี่น้องประชาชนดีกว่า โดยการให้กัญชาอยู่ในมือของแพทย์” นพ.กิตติ กล่าว

หลักการปลูกกัญชาของที่นี่ จะต้องเข้าใจต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ แม้ประชาชนจะมีความต้องการปลูกกัญชาเป็นจำนวนมาก แต่ปัญหาก็คือ ปลายน้ำจะไปไหน จึงใช้วิธีเกษตรพันธสัญญา (Contact Farming) เริ่มต้นจากทางโรงพยาบาลจะค้นหาผู้ป่วย ว่า พร้อมจะจ่ายยากัญชาทั้งน้ำมันกัญชาและยาแผนไทยเท่าไหร่ แล้วคำนวณปริมาณการใช้

ระยะแรก รพ.คูเมือง ได้ปลูกกัญชา 2 สายพันธุ์ ได้แก่ ชาลอตแองเจิล (Charlotte Angle) และเซนสิ (Sensi #34) เพื่อวิเคราะห์หาสารสำคัญในสายพันธุ์กัญชา และหาวิธีสกัดที่เหมาะสม โดย รพ.เจ้าพระยาอภัยภูเบศร ได้มอบกัญชาเพื่อทดลองปลูกอีก 2 สายพันธุ์ คือ หางกระรอก และ ตะนาวศรี จากนั้นจึงได้วางแผนกระจายไปยังวิสาหกิจชุมชนต่างๆ

นพ.กิตติ กล่าวว่า รพ.คูเมือง เริ่มมีความรู้เรื่องการสกัดกัญชาแต่ละตัวให้ได้สารสำคัญ โดยได้เดินตามองค์การเภสัชกรรม และ รพ.อภัยภูเบศร ผลิตยาตำรับแผนปัจจุบันที่คล้ายกัน มีสัดส่วนเท่ากัน เพื่อให้ง่ายต่อผู้ป่วย ไม่ว่าอยู่ที่ไหนก็สามารถใช้ยาตำรับเดียวกันได้สะดวก โดยที่ความเข้มข้นตัวยาเท่ากัน ซึ่งแต่ละสารของยาแผนปัจจุบันจะรักษาโรคที่ต่างกัน

“ตำรับยาของแต่ละสถาบันจะมีสูตรต่างกัน ของ รพ.คูเมือง เปิดตัวน้ำมันกัญชาที่มีสาร CBD สูง เนื่องจากสาร THC ใช้ได้เพียงแค่ 3 โรคหลัก ที่กรมการแพทย์อนุญาตให้ใช้ แต่กลุ่มโรคที่ต้องใช้สาร CBD สูงยังไม่มีคนทำ จึงพยายามหาตัวยาอื่นให้แพทย์แผนปัจจุบันใช้ ซึ่งโรงพยาบาลจังหวัดหรือโรงพยาบาลเฉพาะทางต้องการใช้ยารักษาโรคลมชัก ขณะที่กลุ่มโรคซึ่งใช้สาร CBD และ THC ในอัตราส่วน 1:1 ขณะนี้ รพ.คูเมืองได้นำสายพันธุ์ผลิตยาให้กลุ่มคนไข้ เช่น โรคมะเร็งระยะสุดท้าย”

แม้ความก้าวหน้าแบบก้าวกระโดดในการผลักดัน “กัญชาทางการแพทย์” ตลอด 1 ปีที่ผ่านมาจะเกิดขึ้นเฉพาะจุดเล็กๆ เฉกเช่นจังหวัดบุรีรัมย์ แต่ก็จุดประกายให้ผู้ป่วยมีทางเลือกรักษาโรคแบบไม่ต้องหลบซ่อน เกษตรกรและวิสาหกิจชุมชนมีทางเลือกปลูกพืชที่สร้างงานสร้างรายได้อย่างยั่งยืน รวมถึงพัฒนาวงการสาธารณสุขของไทยให้ก้าวหน้าไปอีกขั้นในอนาคต