medicalfocusth

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ พัฒนา“การตรวจความแรงวัคซีนป้องกันวัณโรค ด้วยวิธีทางเลือกใหม่
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ พัฒนา“การตรวจความแรงวัคซีนป้องกันวัณโรค ด้วยวิธีทางเลือกใหม่
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ พัฒนา“การตรวจความแรงวัคซีนป้องกันวัณโรค ด้วยวิธีทางเลือกใหม่ที่เร็วกว่า ถูกกว่า แม่นยำกว่า” พร้อมจัดอบรมให้สมาชิกเครือข่าย WHO ผ่านช่องทางออนไลน์

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข พัฒนานวัตกรรมการตรวจวิเคราะห์ความแรงของวัคซีนป้องกันวัณโรคหรือที่เรียกกันว่า “วัคซีนบีซีจี” ด้วยวิธีทางเลือกใหม่ที่เร็วกว่า ถูกกว่า แม่นยำกว่า โดยการตรวจวัดปริมาณพลังงาน ATP ในเซลล์ (intracellular ATP assay) ของเชื้อแบคทีเรียที่มีชีวิตในวัคซีนบีซีจี ลดขั้นตอนในการทดสอบเหลือเพียง 2 วัน พร้อมเป็นเจ้าภาพจัดอบรมให้กับห้องปฏิบัติการควบคุมคุณภาพภาครัฐด้านวัคซีนของประเทศสมาชิกเครือข่ายองค์การอนามัยโลก จำนวน 8 ประเทศ ประกอบด้วย บราซิล แอฟริกาใต้ แคนาดา ตูนีเซีย บัลแกเรีย เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น และอินโดนีเซีย ในวันที่ 9 และ 16 พฤศจิกายน 2563 ผ่านช่องทางออนไลน์ระบบ Zoom

นายแพทย์ศุภกิจ ศิริลักษณ์ รักษาราชการแทนอธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เปิดเผยว่า กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ โดย สถาบันชีววัตถุ ซึ่งเป็นห้องปฏิบัติการควบคุมคุณภาพวัคซีนและชีววัตถุของประเทศ ได้มีการพัฒนานวัตกรรมการตรวจวิเคราะห์ความแรงของวัคซีนป้องกันวัณโรคหรือที่เรียกกันว่า “วัคซีนบีซีจี” ด้วยวิธีทางเลือกใหม่ คือ การตรวจวัดปริมาณพลังงาน ATP ในเซลล์ (intracellular ATP assay) ของเชื้อแบคทีเรียที่มีชีวิตในวัคซีนบีซีจี ซึ่งวิธีนี้ได้ผ่านการตรวจสอบความถูกต้อง ความเหมาะสมของวิธีตามระบบคุณภาพ ปัจจุบันสถาบันชีววัตถุได้นำมาใช้ในการวิเคราะห์ความแรงของวัคซีนบีซีจีแทนวิธีดั้งเดิมที่ใช้การนับจำนวนโคโลนีเชื้อ (culturable particle test) ที่ต้องใช้เวลาในการเพาะเลี้ยงเชื้อให้เจริญในอาหารเลี้ยงเชื้อที่จำเพาะ นาน 1 เดือน มีความยุ่งยากในการทดสอบ ในขณะที่วิธีใหม่มีความสะดวกในขั้นตอนการทดสอบใช้เวลาสั้นเพียง 2 วัน และมีความถูกต้องแม่นยำสูงกว่า ซึ่งวิธีใหม่นี้ทางสถาบันชีววัตถุได้นำเสนอในการประชุมเครือข่ายห้องปฏิบัติการควบคุมคุณภาพชีววัตถุภาครัฐขององค์การอนามัยโลกที่ประเทศอิตาลี เมื่อปี พ.ศ.2561 ทำให้หลายประเทศสนใจที่จะใช้วิธีทางเลือกใหม่ในการทดสอบความแรงของวัคซีนบีซีจี

นายแพทย์ศุภกิจ กล่าวต่ออีกว่า ทางองค์การอนามัยโลก (WHO) ได้ประสานมายังสถาบันชีววัตถุให้ดำเนินการจัดการฝึกอบรมการตรวจวิเคราะห์ความแรงของวัคซีนบีซีจี ด้วยวิธีทางเลือกใหม่ intracellular ATP ให้กับห้องปฏิบัติการควบคุมคุณภาพภาครัฐด้านวัคซีนของประเทศสมาชิกเครือข่าย จำนวน 8 ประเทศ ประกอบด้วย บราซิล แคนาดา ตูนีเซีย บัลแกเรีย แอฟริกาใต้ เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น และอินโดนีเซีย แต่เนื่องจากเกิดการระบาดของโรคโควิด 19 ทำให้ไม่สามารถจัดการอบรมในสถานที่ได้ ทางองค์การอนามัยโลกจึงให้สถาบันชีวัตถุจัดทำสื่อการอบรมผ่านช่องทางออนไลน์ในรูปวีดีโอ แสดงขั้นตอนวิธีการทดสอบโดยละเอียด พร้อมบรรยายวิธีการทดสอบความถูกต้องของวิธี (method validation) ประกอบการนำเสนอ ด้วยวาจา โดยกำหนดวันฝึกอบรบในวันที่ 9 และวันที่ 16 พฤศจิกายน 2563 ผ่านช่องทางออนไลน์ระบบ Zoom

“การอบรมครั้งนี้ถือเป็นโอกาสในการสร้างความน่าเชื่อถือและการยอมรับในระดับสากลให้กับห้องปฏิบัติการควบคุมคุณภาพวัคซีนและยาชีววัตถุของประเทศไทย ซึ่งจะส่งผลต่อการยอมรับวัคซีนที่ผลิตในประเทศ เพื่อการส่งออกในอนาคตต่อไป” นายแพทย์ศุภกิจ กล่าว