medicalfocusth

รพ.เมตตาฯเปิดตัวเลสิกไร้ใบมีด (Femto LASIK)แก้ไขภาวะสายตาผิดปกติ
รพ.เมตตาฯเปิดตัวเลสิกไร้ใบมีด (Femto LASIK)แก้ไขภาวะสายตาผิดปกติ
รพ.เมตตาฯเปิดให้บริการทำเลสิก แก้ปัญหาสายตา ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยสุด โดยใช้เฟมโตเลเซอร์ หรือเฟมโตเลสิก และReLEx SMILE คือการผ่าตัดแบบแผลเล็ก เทคนิคผ่าตัดโดยใช้เลเซอร์ ไร้ใบมีด ใช้เวลาสั้น แม่นยำสูง จุดเด่นที่แผลเล็ก เสี่ยงตาแห้งน้อย รักษาความแข็งแรงของกระจกตาได้สูง

นายแพทย์วีรวุฒิ อิ่มสำราญ รองอธิบดีกรมการแพทย์กล่าวว่า เลสิก คือการผ่าตัดแก้ไขภาวะสายตาผิดปกติ ได้แก่สายตาสั้น สายตายาว หรือสายตาเอียง แบบถาวร ซึ่งเลสิกแบบเดิมจะใช้ใบมีดที่เรียกว่า microkeratome แยกชั้นกระจกตาเพื่อเปิดฝากระจกตาออก และใช้เอ็กไซเมอร์เลเซอร์(Excimer laser) สลายเนื้อเยื่อกระจกตาปรับเปลี่ยนความโค้งของกระจกตาให้เหมาะสมเพื่อการมองเห็นที่ชัดเจน จากนั้นปิดฝากระจกตากลับที่เดิม ซึ่งกระจกตาจะสมานเองตามธรรมชาติโดยไม่ต้องเย็บแผล การทำเลสิกสามารถรักษาสายตาผิดปกติได้แม่นยำในระดับเป็นที่ยอมรับในวงการจักษุแพทย์ทั่วโลก จึงนับว่าเป็นเทคโนโลยีแก้ไขภาวะสายตาผิดปกติที่มีความแม่นยำสูงและผลข้างเคียงน้อย

นายแพทย์เกรียงไกร นามไธสง ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเมตตาประชารักษ์(วัดไร่ขิง)กล่าวเพิ่มว่า เลสิก ย่อมาจากชื่อเต็มของการผ่าตัดที่เรียกว่า Laser In-situ Kerato-mileusis เลสิก ช่วยรักษาสายตาสั้น สายตายาว เอียงได้ สำหรับผู้ที่มีปัญหาสายตาสั้น สายตายาว หรือสายตาเอียง ซึ่งวิธีนี้เป็นการรักษาภาวะสายตาผิดปกติอย่างถาวร การทำเลสิกช่วยให้สายตาสั้น ยาว หรือเอียงลดลงจากเดิมจนใกล้เคียงค่าสายตาปกติ โดยวิธีการใช้เอกไซเมอร์เลเซอร์ (Excimer Laser) ร่วมกับเครื่องมือแยกชั้นกระจกตา เพื่อปรับค่าสายตาหรือความโค้งของเนื้อกระจกตาก่อนจะปิดกระจกตากลับลงไปโดยไม่ต้องเย็บ เป็นการรักษาอาการผิดปกติของสายตาที่แม่นยำ ผลข้างเคียงน้อยมาก เช่นอาการตาแห้ง,เห็นแสงกระจายตอนกลางคืนเป็นต้น ซึ่งพบในระยะแรกๆหลังจากนั้นจะค่อยๆดีขึ้น แพทย์หญิงนวลจิรา ประกายรุ้งทอง จักษุแพทย์ชำนาญการพิเศษ กล่าวเสริมเพิ่มว่า การแก้ไขปัญหาสายตาผิดปกติด้วยเลเซอร์นั้น มีหลายวิธี เช่น (1.) เลสิก(LASIK)วิธีนี้จักษุแพทย์จะทำการแยกชั้นกระจกตาด้วยใบมีดขนาดเล็ก (microkeratome) ที่มีความแม่นยำสูง แล้วจึงใช้ Excimer laser ในการปรับแต่งความโค้งของกระจกตา จากนั้นจึงปิดฝากระจกตากลับเข้าสู่ที่เดิม (2.) PRK ซึ่งทำโดยการลอกผิวกระจกตาชั้นนอกสุดออก โดยใช้สารละลายแอลกอฮอล์เจือจางเพื่อช่วยให้ผิวกระจกตาชั้นนอกหลุดออกได้ง่ายขึ้น แล้วจึงใช้ Excimer Laser ปรับแต่งความโค้งของกระจกตาให้มีรูปร่างที่เหมาะสม ก่อนปิดกระจกตาด้วยคอนแทคเลนส์แบบไม่มีค่าสายตาเพื่อลดอาการระคายเคือง ส่วนผิวของกระจกตาชั้นนอกสุดที่ถูกลอกออกจะสามารถแบ่งตัวขึ้นมาใหม่ในเวลา 5-7 วันหลังผ่าตัด การรักษาด้วยวิธีเลสิกหากเปรียบเทียบกับวิธี PRK คือไม่มีการลอกผิวกระจกตาชั้นนอก มีอาการระคายเคืองน้อยกว่า ประสิทธิภาพการมองเห็นกลับมาได้รวดเร็วกว่า (3.)Femto LASIK (การผ่าตัดแก้ไขสายตาโดยการเปิดฝากระจกตาด้วยเลเซอร์) เป็นเทคนิคการผ่าตัดโดยการเปิดฝากระจกตาที่ล้ำหน้าขึ้นอีกขั้น โดยจักษุแพทย์จะใช้ Femtosecond laser ในการแยกชั้นและเปิดฝากระจกตา แล้วจึงใช้ Excimer laser ในการปรับแต่งกระจกตาเพื่อปรับความโค้งกระจกตาให้เหมาะสม แล้วจึงปิดฝากระจกตากลับเข้าสู่ที่เดิม วิธีการผ่าตัดด้วยFemto LASIK เป็นที่นิยมทั่วโลก และได้รับการยอมรับ เนื่องจากให้ความอ่อนโยนต่อสภาพดวงตามากกว่าการทำเลสิกแบบใช้ใบมีด ลดการระคายเคืองต่อดวงตาหลังการผ่าตัด ระยะเวลาที่ใช้ในการพักฟื้นเร็วกว่าและผลข้างเคียงหลังการผ่าตัดมีน้อย ซึ่งหากสนใจสามารถปรึกษาจักษุแพทย์ได้โดยตรง ราคาในการทำ Femto LASIK ประมาณ 55,000 บาท (4.)ReLEx SMILE (การผ่าตัดแก้ไขสายตาแผลเล็กแบบไร้ใบมีด) เป็นเทคนิคที่ใช้ในการผ่าตัดแก้ไขสายตาด้วยเลเซอร์ที่มีแผลเล็กที่สุด ใช้ Femtosecond laser ที่เป็นเทคโนโลยีขั้นสูงใหม่ล่าสุด แยกชั้นกระจกตาเป็นรูปเลนส์(lenticule)ภายในกระจกตา และนำเลนส์ที่ตัดไว้นั้นออกมาผ่านแผลเปิดเล็กๆที่กระจกตาขนาดประมาณ 2-4 มิลลิเมตรเท่านั้น เพื่อปรับความโค้งของกระจกตาให้เหมาะสมกับค่าสายตาที่ต้องการแก้ไข ReLEx SMILE นับว่าเป็นเทคโนโลยีและเทคนิคแก้ไขภาวะสายตาผิดปกติแบบแผลเล็กที่มีความแม่นยำสูงและผลข้างเคียงน้อยที่สุดในปัจจุบัน ทำให้แผลหายเร็ว มีอาการระคายเคืองตาหลังผ่าตัดน้อยมากเมื่อเทียบกับเลสิก และสามารถทำกิจกรรมต่างๆได้ตามปกติหลังจากผ่าตัดเพียง 1-2 วัน วิธี ReLEx SMILE จะมีแผลเปิดที่กระจกตาเล็กมากทำให้รบกวนเส้นประสาทบริเวณกระจกตาน้อยกว่าเลสิก เป็นผลให้ตาแห้งน้อยกว่า และกระจกตาคงรักษาโครงสร้างทางกายภาพและความแข็งแรงได้ดีกว่าเลสิก ราคาในการทำประมาณ 85,000 บาท ผู้ที่เหมาะสมสำหรับการผ่าตัดแก้ไขสายตาผิดปกติ ต้องอายุ 18 ปีขึ้นไป ไม่มีโรคของกระจกตาหรือภาวะตาแห้งหรือโรคตาอื่นๆ เช่น โรคจอตาเสื่อมหรือโรคทางกายที่มีผลต่อการสมานแผลกระจกตา ไม่อยู่ในระหว่างตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร ไม่อยู่ในระหว่างการใช้ยารักษาในกลุ่ม Isotretinoin หรือการใช้ฮอร์โมน มีความเข้าใจและความคาดหวังเกี่ยวกับผลการทำเลสิกที่ถูกต้อง เช่นเลสิกไม่สามารถแก้ไขภาวะสายตาผู้สูงอายุได้ ผู้ที่มีอายุมากกว่า 40 ปีขึ้นไปอาจจะต้องใช้แว่นสายตาช่วยในการมองระยะใกล้หลังทำเลสิก และผลลัพท์หลังการทำอาจแตกต่างกันได้ในแต่ละบุคคล ในส่วนการเตรียมตัวก่อนการทำเลสิกนั้น จักษุแพทย์จะนัดมาตรวจสภาพตาโดยละเอียด และควรงดใส่คอนแทคเลนส์อย่างน้อย 7 วันสำหรับเลนส์ชนิดนิ่มและ 2 สัปดาห์สำหรับเลนส์ชนิดแข็ง โดยจักษุแพทย์จะตรวจประเมินอย่างละเอียด ใช้เวลาประมาณ 2-3 ชม. ซึ่งมีรายการตรวจดังนี้ การตรวจวัดค่าสายตาด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์ การทดสอบการมองเห็น การวัดความดันลูกตา การตรวจและวัดค่าสายตา โดยการวัดปริมาณน้ำตา การถ่ายภาพพื้นผิวกระจกตา และวัดความหนาของกระจกตา การหยอดยาขยายม่านตา เพื่อตรวจสภาพจอประสาทตาอย่างละเอียด ซึ่งในส่วนของวิธีเตรียมตัวก่อนผ่าตัด ควรสระผมก่อนมาเข้ารับการผ่าตัด และใส่เสื้อแบบผ่าหน้า หรือมีกระดุม ควรมีญาติมาด้วย เนื่องจากหลังผ่าตัดผู้ป่วยจะต้องใส่ที่ครอบตา 1 วัน เพื่อป้องกันการติดเชื้อหรือขยี้ตา การปฏิบัติตัวหลังการรักษา ควรนอนพักงดใช้สายตาให้มากที่สุด ควรใส่ที่ครอบตาเวลานอนอย่างน้อย 3 วัน เพื่อป้องกันการเผลอขยี้ตา ระวังไม่ให้น้ำเข้าตาเป็นเวลา 1 สัปดาห์ ไม่ควรเพ่งสายตามากเกินไปและหยอดตาให้ครบตามที่จักษุแพทย์ สั่งหากมีอาการผิดปกติควรพบจักษุแพทย์ สนใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ โทรศัพท์ 034-388700-2,034-388712-14 ต่อ 9211 (คุณปริญญา ),(คุณวิรุตย์) หรือแอดไลน์ศูนย์เลสิกรพ.เมตตาประชารักษ์(วัดไร่ขิง) ID:@Lasikmetta หรือ Metta Hospital ID:@647tctca